ข้อสงสัยสำหรับคนอยากทำธุรกิจ E-Commerce

:: หน้าแรกบทความ › ข้อสงสัยสำหรับคนอยากทำธุรกิจ E-Commerce

ข้อมูลจาก http://www.thaiseoboard.com/index.php/topic,147071.msg1996857/topicseen.html

1. ขายอะไรดี

เป็นคำถามที่เหล่าว่าที่พ่อค้าแม่ค้ามือใหม่มักจะติดที่คำถามนี้ ส่วนตัวผมมองว่า จริงๆแล้วสินค้าทุกตัวล้วนแต่มีช่องทางทางการตลาดของมัน 
ยกตัวอย่างสินค้าตัวหนึ่งที่เคยพบมา เป็นการเพิ่มมูลค่าให้สินค้าครับ โดยการเอาธูป 3 ดอก มาบรรจงมัดด้วยด้ายแดง พร้อมกับเทียนหอม 3 เล่ม บรรจุใส่กล่องสวยๆ ดูปราณีต จากต้นทุน ไม่ถึง 70 บาท ขายในราคา 30 เหรียญหรือตีเป็นเงินไทย เกือบ 900 บาท
 Shocked Shocked Shocked แม่เจ้า!!!! ขายได้ด้วยครับ ขายดีอีกต่างหาก

หัวข้อนี้ผมคงไม่แนะนำว่าท่านจะขายอะไรดีนะครับ เพราะแต่ละคนตลาดก็ไม่เหมือนกัน เพียงแต่จะชี้ใหเห็นว่า โอกาสทางการตลาดจริงๆแล้วนั้น ท่านสามารถสร้างขึ้นเองได้เสมอครับ ขอเพียงใช้เวลานั่งคิด ครุ่นคิด วิเคราะห์ไตร่ตรองอีกนิด เชื่อว่าคิดออกแน่นอน

2. ทำเว็บไม่เป็น ทำอย่างไรดี หรือถ้าเป็น เขียนใหม่เองดีไม๊
หากตัวท่านประสบปัญหาในเรื่องของการทำเว็บ shopping cart ไม่เป็น สามารถเลือกใช้บริการ shopping cart ต่างๆที่มีให้เยอะแยะตั้งแต่ฟรีจนถึงเสียตังค์ ซึ่งใช้งานง่าย แต่ข้อเสีย คือ ความยืดหยุ่นในการขยายระบบหรือการปรับแต่งร้านนั้นค่อนข้างยืดหยุ่นน้อยถ้าเทียบกับการเขียนเว็บ shopping cart เอง

บริการ shopping cart ที่มีให้เลือกใช้ ยกตัวอย่างเช่น weloveshopping.com, tarad.com เป็นต้น
หรือหากเป็น opensource ที่นิยมใช้กันก็ opencart, prestashop, virtuemart ,magento

ลองพิจารณาดูเพื่อหาความเป็นไปได้ก่อนก็ได้ครับว่าท่านเหมาะกับแบบไหน และจะเริ่มต้นแบบไหน
ซึ่งอาจจะเริ่มจากผู้ให้บริการก่อนค่อยพัฒนาหรืออัพเกรดเป็น opencart ก็ได้ครับ

3. ต้องจดทะเบียนพาณิชย์หรือไม่
จดหรือไม่จดก็ได้ แต่มีผลต่อความน่าเชื่อถือของเว็บท่าน เพราะผู้บริโภคปัจจุบันฉลาดเลือกซื้อของผ่านอินเตอร์เน็ต หากจดทะเบียนจริงจะดูน่าเชื่อถือกว่า
วิธีการจดทะเบียนพาณิชย์
1. เตรียมสำเนาทะเบียนบ้านท่าน
2. สำเนาบัตรประชาชน
3. ใบคำร้องจดทะเบียนพาณิชย์(สามารถโหลดได้ที่  www.dbd.go.th ) หรือ ไปขอกรอกที่เขตได้เลย
4. เงิน 50 บาท
5. ไปที่เขตแจ้งขอจดทะเบียนได้เลย

4. ต้องเสียภาษีหรือไม่ แล้วถ้าจดทะเบียนพาณิชย์แล้วจะโดนภาษีหรือเปล่า
คำถามสุดฮิต ขอเรียนตามตรงว่า การจดทะเบียนพาณิชย์ไม่ได้มีผลในเรื่องภาษี แต่การจ่ายภาษี เป็นหน้าที่ของเราอยู่แล้วครับ หากท่านมีรายได้ ถึงเกณฑ์ที่ต้องจ่ายก็ต้องจ่ายครับ แต่เอาเข้าจริงๆแล้ว ธุรกิจบนอินเตอร์เน็ตไม่มีการออกบิล หรือ vat ให้ลูกค้า เพราะฉะนั้นติดตามยาก สรรพากรเลยใช้วิธีการประเมินเอาครับ ยังไงการเสียภาษีเป็นหน้าที่ของพวกเราอยู่แล้วครับ  :'( :'(

5. เราควรจะคิดค่าส่งกับลูกค้ายังไง เท่าไหร่
การส่งสินค้าโดยไปรษณีย์ไทยมีหลายอัตรา ท่านสามารถดูราคาในการส่งสินค้าของท่านได้ที่ 
http://www.thailandpost.co.th/servicerate.php

ทั้งนี้ อย่าลืมคำนวณค่ากล่องด้วยนะครับ เพราะบางทีขาดทุนค่าส่งด้วย หากท่านส่งสินค้าในปริมาณมาก แนะนำว่าซื้อกล่องที่

ร้านขายส่งอื่นๆดีกว่าซื้อกับไปรษณีย์ ซึ่งราคาจะแพงกว่าประมาณ 2.5 เท่าครับ หรือหากท่านมีกำไรจากสินค้าพอสมควร อาจจะจัดส่งให้ลูกค้าฟรีก็เป็นได้ หรืออาจจะใช้วิธีเหมาจ่าย 40-50 บาท ต่อออเดอร์ก็ได้เช่นกัน ซึ่งวิธีหลังจะนิยมในตลาดอีคอมเมิร์ซไทยมากกว่า

6. ลูกค้าไม่มั่นใจ อยากให้ส่งพกง. 
ประเด็นนี้สำคัญเหมือนกันนะครับ หากท่านเลือกที่จะส่งสินค้าแบบพกง. EMS ท่านจะต้องเสียค่าธรรมเนียมประมาณ 60 บาท + น้ำหนักสินค้าด้วยซึ่งอาจจะสูงถึง 100 บาท หรือมากกว่านั้นได้ หากท่านส่งของไปแล้ว ลูกค้าไม่ไปรับของ ของจะตีกลับมาที่ปณ.ที่ท่านส่ง จะไม่ตีกลับมาที่ที่อยู่ของท่าน เท่ากับว่าท่านเสียเงิน 100 บาท ฟรี
วิธีนี้ หลายๆร้านค้าในอินเตอร์เน็ตจึงเรียกเก็บจากลูกค้า 100 บาท เป็นค่าจัดส่งก่อน เพราะว่าอย่างน้อยๆเมื่อลูกค้าไม่ไปรับของ ของตีกลับ ท่านจะไม่เสียเงินค่าส่งฟรีครับ

การส่งพกง. ให้ท่านกรอกใบพกง. (หรือเรียกว่าใบป.7) และเรียกเก็บเงินจากลูกค้าให้ครบถ้วน และเมื่อส่งแล้วไปรษณีย์จะให้สำเนาใบป.7 กับท่าน ซึ่งท่านต้องเก็บใบนี้ไว้ให้ดีๆ ห้ามหาย!!! เพราะตอนไปรับเงิน ต้องนำใบนี้+บัตรประชาชนไปด้วย หากหายจริงๆ ท่านจะเสียค่าธรรมเนียมในการออกใบป.7ใหม่อีกครั้ง ซึ่งเชื่อผมเหอะ วุ่นวาย!! ช้าอีก เพราะเป็นงานเอกสารและการเงินเมื่อลูกค้ารับของและชำระเงินที่ไปรษณีย์แล้ว ไปรษณีย์ปลายทางจะส่งธนาณัติกลับมาให้ตามที่อยู่ท่าน ท่านต้องนำไปขึ้นเงินภายใน 4 เดือน มิเช่นนั้น เงินจะตกเป็นของหลวงทันที

7. ลูกค้าต้องการนัดรับสินค้านอกสถานที่
ข้อนี้ผมไม่ขอพูดอะไรมาก ให้ท่านพิจารณาตัดสินใจเอง แต่จะขอยกตัวอย่างกรณีศึกษาที่เกิดขึ้นบ่อย คือ ลูกค้านัดกับเราแล้วไปถึงที่หมาย กลับไม่มา หรือมาแล้วขอต่อรองราคากับเรา ทั้งๆที่ตกลงก่อนออกมาส่งแล้ว หากไม่ได้ตามที่ลูกค้าต้องการก็จะไม่เอา ทำให้เราเสียเวลาค่อนข้างมาก อันนี้พิจารณาความคุ้มค่าเอง หรือหากจะปฏิเสธอาจจะแจ้งลูกค้าไปว่า เราส่งของหลายที่ ให้ไปส่งตามสถานที่นัดคงไม่สะดวก เป็นต้น

8. ลูกค้าแจ้งว่าเราส่งของไปผิด ไม่ตรงตามที่เขาสั่ง  wanwan014 wanwan014
พ่อค้าแม่ค้าได้ยินก็ใจหายวาบ ผิดได้ยังไงวะ ก่อนส่งก็ตรวจแล้วตรวจอีก
ใจเย็นๆนะครับ วิธีนี้ลองคุยกับลูกค้าดูก่อนว่าเป็นไปได้เราขอรูปถ่ายสินค้าที่ส่งไปผิดจะได้ไหม อย่างน้อยเพื่อเป็นการยืนยันว่าเราผิดจริง เพราะบางทีของส่งไปถูกแล้ว แต่เจอลูกค้ามิจฉาชีพหลอกเราอีกทีนึง ตอนนี้ไม่ใช่ลูกค้าระวังคนขายอย่างเดียว คนขายก็ต้องระวังลูกค้าด้วยเช่นกันครับ

9. ลูกค้าบอกให้ส่งของไปก่อน แล้วจะโอนเงินให้
ข้อนี้ผมตอบแบบออกนอกหน้าเลยครับ อย่าครับ!!! 

Posted by administrator Tel. เปิดดู 1308 ครั้ง