20 ปี ประกันสังคม เพื่อสังคมไทยเข้มแข็ง

:: หน้าแรกบทความ › 20 ปี ประกันสังคม เพื่อสังคมไทยเข้มแข็ง

 

เนื้อหา โดยสรุปของปาฐกถาระบุถึงการที่ต้องปรับปรุงการดำเนินงานของสำนั กงานประกัน สังคม (สปส.) ที่แม้ว่าตลอด 20 ปีที่ผ่านมาจะอยู่ในเกณฑ์ที่ดี มีพัฒนาการทั้งเงินกองทุนประกันสังคมที่เพิ่มมากขึ้น จากพันกว่าล้านบาท เป็นเจ็ดแสนกว่าล้านบาท ซึ่งนับว่าเป็นกองทุนที่มีความมั่นคงในระดับสูงต้นๆ ของประเทศไทย และมีการมอบสิทธิประโยชน์ที่มากขึ้นจากแรกก่อตั้งที่ให้สิทธิปร ะโยชน์แก่ผู้ ประกันตนเพียงสี่ประการ ในปัจจุบันเพิ่มเป็นหกประการ ได้แก่ ประสบอันตรายหรือบาดเจ็บ ทุพพลภาพ คลอดบุตร เสียชีวิต สงเคราะห์บุตร ชราภาพ แล้วก็ตาม
 
          การ บริการดังกล่าวแม้จะดีอยู่แล้ว แต่ก็ต้องได้รับการปฏิรูป โดยตนได้ตั้งโจทย์ไว้ว่า เพื่อให้ภาพรวมของการบริหารจัดการด้านการบริการให้แก่ผู้ประกัน ตน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องการยกระดับเพิ่มความสะดวกสบายในช่องทางการ ส่งเงินสมทบ เข้ากองทุน การเข้าถึงระบบการรักษาพยาบาล ขยายฐานสิทธิประโยชน์ประกันสังคมให้ครอบคลุมคนทำงานทุกสาขาอาชี พทั้งแรงงาน ในระบบ นอกระบบ ขยายความคุ้มครองไปยังบุตรและคู่สมรสผู้ประกันตน เฉพาะผู้ประกันตนที่เป็นแรงงานในระบบนั้น จะได้รับสิทธิประโยชน์สูงมากขึ้นในหกกรณีดังกล่าว คือ คลอดบุตร จากเดิมเหมาจ่าย 12,000 บาท เป็น 13,000 บาท เงินสงเคราะห์บุตร จาก 350 บาท เป็น 400 บาท ค่าทันตกรรม จาก 250 บาทต่อครั้งแต่ไม่เกิน 500 บาทต่อปี เป็น 300 บาทต่อครั้งแต่ไม่เกิน 600 บาทต่อปี  ใส่รากฟันเทียมแก่ผู้ประกันตนที่ประสบอุบัติเหตุ และผู้ประกันตนที่มีอายุ 53 ปีขึ้นไป ตลอดจนสิทธิการรักษาโรคจิตอย่างต่อเนื่อง ค่ารักษากรณีทุพพลภาพ สามารถเข้ารักษาโรงพยาบาลของรัฐโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย และโรงพยาบาลเอกชน เป็นผู้ป่วยใน 4,000 บาท ผู้ป่วยนอก 2,000 บาทเท่าเดิม  การรักษาโรคเรื้อรังต่อเนื่องใช้ระยะเวลานาน เช่น โรคมะเร็ง ก็จะมีการปรับปรุงให้มีการจำแนกโรค และให้บริการอย่างเท่าเทียมกับโรคอื่นๆ เพื่อบริการให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องในโรงพยาบาล ใหญ่โดยไม่ ต้องสำรองจ่ายเงินส่วนตัว ซึ่งทั้งหมดคาดว่าจะมีผลเป็นของขวัญปีใหม่แก่ผู้ประกันตนได้ หรือหากต้องล่าช้าออกไปอีกก็คาดว่าน่าจะไม่เกินวันที่ 1 เมษายน 2554
 
นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ยังกล่าวถึงการแก้ไขกฎกระทรวง พระราชบัญญัติฉบับต่างๆ ให้สอดคล้องกับเงื่อนไขสภาพที่เป็นจริง ตรงตามความต้องการของผู้ประกันตนแต่ทั้งนี้ต้องไม่กระทบกับความ อยู่รอดของ กองทุนประกันสังคม คือผู้ประกันตนอยู่ได้ สปส.อยู่รอด  ซึ่งการแก้ไขจะมีทั้งการยกระดับการเพิ่มสิทธิประโยชน์บำเหน็จชร าภาพให้แก่แรงงานนอกระบบ  การขยายความคุ้มครองไปยังลูกจ้างชั่วคราวทุกประเภทของส่วนราชกา ร  การ ออกพระราชบัญญัติการกลับมาเป็นผู้ประกันตน เป็นการคืนสิทธิแก่ผู้ประกันตนตมมาตรา 39 เดิมที่สิ้นสภาพการเป็นผู้ประกันตนไปแล้ว โดยการบริการเชิงรุกที่จะปฏิรูปให้ครอบคลุมเหล่านี้ จะเริ่มในไตรมาสแรกปี 2554 จะเริ่มดำเนินการให้ชุดปฏิบัติการของสปส. ไปสำรวจสถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1,000 คนขึ้นไป จากนั้นในไตรมาสที่สอง จะเข้าไปยังสถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 500 คนขึ้นไป และไตรมาสที่สาม จะเข้าไปยังสถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 200 คนขึ้นไป ซึ่งก็จะสามารถครอบคลุมอย่างทั่วถึงได้ทั้งหมดในไตรมาสสุดท้ายข องปี
 
นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ยังให้สัมภาษณ์ถึงสถานะกองทุนประกันสังคมว่า ปัจจุบันสปส.เป็นองค์กรภาครัฐที่ไม่แสวงกำไร การที่จะผลักดันเป็นองค์กรอิสระก็ต้องเดินหน้าต่อไป จะเดินไปทางไหนตามสภาพการณ์ที่เหมาะสมในอนาคต  แต่ ปัจจุบันมีการเก็บเงินสมทบจากทุกฝ่ายทั้งนายจ้าง ลูกจ้าง และราชการรวมเข้ากองทุน 6 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่มีการจ่ายผลตอบแทนถึง 20 เปอร์เซ็นต์ ก็ต้องมีการบริหารเงินส่วนต่างอีก 14 เปอร์เซ็นต์ที่จ่ายออกไป เพื่อให้กองทุนสามารถอยู่รอด ปัจจุบันเราบริหารกองทุนประกันสังคมจนมีเงินถึงเจ็ดแสนกว่าล้าน บาท ก็อยู่ที่ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ การลงทุนทั้งในกองทุนต่างๆ ทั้งที่มีความเสี่ยงต่ำแต่ค่าตอบแทนไม่มาก และความเสี่ยงสูงแต่ค่าตอบแทนมากกระจายกันไป ซึ่งอยู่กับการบริหารจัดการของบอร์ดประกันสังคม ซึ่งเราก็มีการเปรียบเทียบกองทุนประกันสังคมของไทยเรากับของต่า งประเทศควบ คู่กันไปด้วย เป็นสิ่งที่ล้วนอยู่ในการปฏิรูประบบบริหารจัดการ บริการของสปส. ซึ่งจะเป็นหลักประกันอย่างหนึ่งของรัฐสวัสดิการที่รัฐบาลให้สปส .ดูแล
 
สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ประชุมวิชาการประจำปี 53 “ประกันสังคมยุคใหม่ เพื่อสังคมไทยที่เข้มแข็ง” เปิด เวทีเสวนาสร้างความรู้ ความเข้าใจ พัฒนาสิทธิประโยชน์ประกันสังคมพร้อมระดมความคิดเห็นปฏิรูปการปร ะกันสังคม กรณีชราภาพ สรุปแบบจำลองการจ่ายเงินบำนาญชราภาพ ปี 2557 ในวันที่ 15 ตุลาคม 2553 ณ ห้องรอยัลจูบิลี่บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี
สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ได้เร่งดำเนินการศึกษากำหนดรูปแบบจำลองการพัฒนาบำนาญชราภาพในระ บบประกัน สังคม เพื่อให้กองทุนประกันสังคมกรณีสงเคราะห์บุตรและชราภาพ มีเสถียรภาพเพียงพอ สำหรับการจ่ายบำนาญ โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2557 ให้แก่ผู้ประกันตนมากกว่า 9 ล้านคน และไม่เป็นภาระทางการเงินของรัฐบาล ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน    (นายเฉลิมชัย  ศรีอ่อน) ซึ่งขณะนี้ได้ข้อสรุปเบื้องต้นแล้ว จึงได้จัดประชุมวิชาการประจำปี 2553  เรื่อง “ประกันสังคมยุคใหม่ เพื่อสังคมไทยที่เข้มแข็ง” เพื่อ นำเสนอ เผยแพร่รูปแบบจำลองการพัฒนาบำนาญชราภาพ สร้างความรู้ ความเข้าใจ และเปิดเวทีเสวนารับฟังความคิดเห็นจากนายจ้าง ผู้ประกันตน นักวิชาการ สื่อมวลชน ผู้เชี่ยวชาญจากองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านเศรษฐศาสตร์ ด้านการลงทุน
โดยในงานประชุมวิชาการ ได้รับเกียรติจาก นายเฉลิมชัย  ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มาบรรยายพิเศษ เรื่อง “นโยบายด้านการประกันสังคมปัจจุบันและอนาคต” และมีกิจกรรม ที่น่าสนใจ ได้แก่การเสวนา เรื่อง “ก้าวต่อไปของการประกันสังคม”การปฏิรูปการประกันสังคม กรณีชราภาพ : “ประสบการณ์ที่เป็นบทเรียนสำหรับประเทศไทย”และ“ทางเลือกในการปฏิรูปการประกันสังคมกรณีชราภาพสำหรับประเทศไทย” จากนักวิชาการ ผู้เชียวชาญ ผู้ทรงคุณวุฒิ  ผู้แทนนายจ้าง ลูกจ้าง
ทั้ง นี้ การประชุมวิชาการประกันสังคมประจำปีเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญที่ สำนักงาน ประกันสังคมใช้เป็นช่องทางหนึ่ง ในการส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจงานประกันสังคมสู่สาธารณชน และจะนำข้อมูลความคิดเห็นที่ได้จากการประชุมในครั้งนี้ไปปรับปร ุงและพัฒนา สิทธิประโยชน์งานประกันสังคมให้เอื้อประโยชน์ต่อผู้ประกันตนได้ มากยิ่งขึ้น

Posted by administrator Tel. เปิดดู 1843 ครั้ง